บทที่ 11 กำลังจะแพ้
ฉันรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุตอนที่เห็นยัยข้าวฟ่างเน่ามันเดินขึ้นไปหากลุ่มพี่ดิวดูก็รู้ว่านัดกันมาร้ายนักนะพี่ดิวเอาไม่เลือกจริงๆหล่อร้าย ฉันยอมรับว่าคืนนี้พี่ดิวหล่อมากแต่งตัวดูดีทุกกระเบียดนิ้ว พี่ดิวใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัว กางเกงยีนส์เข้มแต่งขาดนิดหน่อยผมถูกแต่งทรงเข้ากับหน้าที่หล่อเข้มดูร้ายหน่อยๆสมแล้วที่เป็นเสือ ตั้งแต่พี่ดิวเดินเข้ามาความหล่อออร่าพุ่งสะดุดตาสาวๆเอาแต่พูดถึงอยากเข้าหา เสียงของผู้หญิงเหล่านั้นที่พูดถึงพี่ดิวลอยเข้าหูตลอดเวลาจนฉันรู้สึกขัดใจไม่อยากยอมแพ้
เสียงในหัวมันสั่งงานให้ฉันต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะเป็นฝ่ายแพ้ทุกทางคนอย่างแพตตี้เคยยอมให้ใครที่ไหนพี่ดิวทำได้ฉันก็ต้องทำได้เหมือนกันในเมื่อฉันก็สวยดูดี พี่ดิวอ่อยสาวๆได้ฉันก็อ่อยเป็นเหมือนกัน ฉันจะยั่วผู้ชายทุกคนในนี้เอาให้รู้กันไปว่าฉันกับพี่ดิวใครจะตกเหยื่อได้มากกว่ากัน
สายตาแพรวพราวของเหยี่ยวสาวเริ่มทำงานโปรยเสน่ห์ตกผู้ชายให้แวะเวียนมาชนแก้วกับฉันทำให้ฉันมั่นใจในความพราวเสน่ห์ของตัวเอง จากหนึ่งแก้วเพิ่มเป็นหลายแก้วขึ้นเรื่อยๆร่างกายมันก็โอนเอนจนเริ่มรู้สึกไม่ไหวบวกกับจังหวะดนตรีมันๆ ฉันทั้งเต้นทั้งดื่มโดยไม่สนใจคนรอบข้างความสนุกเข้าครอบงำและปล่อยตัวไปตามจังหวะหลงลืมเรื่องบางอย่างที่มันก่อกวนในหัวไป ยิ่งเมาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันสนุกจนหยุดไม่ได้
"ยัยแพตตี้ ฉันว่าแกเบาลงหน่อยดีไหมแกดื่มหนักไปแล้วนะ"
เสียงของยัยลูกอมดังแว่วข้างๆหูแต่ก็พอได้ยินว่ามันพูดอะไร สภาพมันกับฉันก็ไม่ต่างกันมากความเมามันทำให้เราขาดสติทั้งคู่ไม่รู้ว่าทำอะไรกันไปบ้าง รู้แค่ว่ามันสนุกหลุดโลกไปเลย
"เบาได้ไงแก แกดูกลุ่มพวกพี่ดิวสิฉันจะยอมแพ้ไม่ได้ ดูนั่นกำลังนัวอยู่กับผู้หญิงบนโน้นทำไมไม่เอากันให้มันจบๆถ้าอยากมากจนทนไม่ไหวมาทำประเจิดประเจ้อเห็นแล้วอุจาดตา และนั่นพี่ตาต้าแกก็ใช่ย่อยล้วงจนไม่มีที่ล้วงแล้วมั๊งพวกผู้ชายกลุ่มนี้ร้ายกันจริงๆ"
ฉันชี้ให้ลูกอมมันมองขึ้นไปบนชั้นสอง ถึงแม้สติเลือนลางแต่สายตาเจ้ากรรมก็ยังให้ความสนใจแอบมองพี่ดิวบ่อยครั้งยิ่งมองยิ่งขัดใจ จนอยากระบายออกด้วยการเต้นแล้วดื่มเพื่อไม่ให้สนใจเรื่องของพวกพี่เขา
"เออ! จริงเห็นแล้วหมั่นไส้พี่ตาต้าคิดว่าเจ๋งเป็นแค่คนเดียวหรือไง ฉันก็ทำได้ดีกว่าคอยดูสิ แกดูผู้ชายกลุ่มนั้นสิจ้องเราจนน้ำไหลแล้วอยู่เฉยทำไมล่ะไปกัน ให้รู้กันไปว่าพวกเราก็มีดีไม่แพ้กัน"
ลูกอมหันมากระซิบกระซาบหลังจากที่มันมองขึ้นไปเห็นพี่ตาต้านัวสาว มันคงเสียเซลล์กับพี่ตาต้าเหมือนกันแต่เรื่องอะไรพวกเราจะต้องแคร์พวกพี่เขาทำได้เราก็ทำได้ ยัยลูกอมมันชี้เป้าเราสองคนเลยออกไปวาดลวดลายให้เกียรติเสื้อผ้าที่เราเลือกมาอย่างดีลูกอมมันใส่สุดเราสองคนไม่เคยยอมให้กัน
คืนนี้กลุ่มเราเป็นเป้าสายตาของบรรดาหนุ่มๆ และฉันกับลูกอมก็ถูกรายล้อมด้วยหนุ่มหน้าตาดีที่เดินมาเต้นคลอเคลียไม่ห่าง นิชากับกันยาก็มีหนุ่มๆเข้ามาชนแก้วไม่ขาดจะว่าไปกลุ่มเราสวยโดดเด่นกว่าใคร
ปริมาณแอลกอฮอล์มากมายที่เติมเข้าไปในร่างกายไหลเวียนไม่ขาด ทำให้สติฉันพล่าเบลอโยกสะบัดอย่างเร่าร้อนไปตามจังหวะดนตรีอย่างไม่สนใจสายตาหรือผู้คนรอบข้างที่รายล้อมโยกสะบัดรอบตัว
ร่างกายโซเซของฉันถูกแรงกระชากฉุดออกจากกลุ่มคนที่เต้นอยู่รายล้อมแบบไม่ทันตั้งตัว แขนเล็กเรียวถูกแรงมหึมาลากเดินตามคนเมาไม่มีแรงแม้กระทั่งจะสะบัดแขนให้หลุดออกจากการเกาะกุมของใครก็ไม่รู้ที่กระทำการอาจหาญลากฉันออกมาจากข้างในตามอำเภอใจ จนกระทั่งเสียงคุ้นเคยหลุดเล็ดลอดออกมาทำให้ฉันรู้ว่าเขาคนนั้นเป็นใคร
"พี่ดิวจะพาแพตตี้ไปหนายยย..จอดรถเดี๋ยวนี้เลยนะ"
สติลางเลือนของฉันมันสั่งงานช้า และฉันก็ไม่รู้ตัวว่าขึ้นมานั่งอยู่บนรถพี่ดิวได้ยังไง ยืนโงนเงนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็โดนพี่ดิวตะโกนว่าปาวๆเรื่องนี้ถึงกับทำให้ฉันเริ่มจะสร่าง
"เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลยนี้ครับน้องแพตตี้ ไหนๆก็ปากเก่งก็เก่งให้ถึงที่สุดดีไหมหรือว่าใจป๊อดไม่กล้า คราวหลังถ้าจะเก่งแค่ปากแต่ขาสั่นอย่าคิดมาท้ามันเด็กน้อยไก่อ่อนเกินไป"
พี่ดิวทำให้ฉันฟิวขาดใครกันแน่ไก่อ่อนอย่าท้าคนอย่างแพตตี้มีหรือจะยอมแพ้พี่ดิวง่ายๆ ถึงจะไม่มีสติหรือแรงสู้แพตตี้คนนี้ก็ไม่มีทางยอม ฉันไม่ยอมให้ใครมาว่าฉันเป็นไก่อ่อนเด็ดขาด
"แพตตี้ไม่ได้ปากเก่งอย่างเดียวหรอกนะคะอย่างอื่นก็เก่งด้วย พี่ดิวคงไม่กล้าลองหรอกเพราะคนอย่างพี่อาจโดนถอดเขี้ยวได้ ทางที่ดีปล่อยแพตตี้ไปดีกว่าก่อนจะแพ้หมดรูป"
ไม่อยากแพ้ก็ใช่แต่ฉันต้องหาทางเอาตัวรอดไว้ด้วยเหมือนกัน ปากเก่งนะใช่แต่ข้างในมันก็สั่นเป็นถ้าขืนฉันโดนลากไปแบบนี้คืนนี้ฉันอาจไม่รอด
"หึ...คงเก่งแต่ปากจริงๆนั่นแหละ พูดกั๊กแบบนี้คงมีแค่ราคาคุย หรือกลัวพี่รู้ว่าใช้งานจนหลวมเลยพูดส่งๆไป ไม่เก่งอย่าพูดอยากให้ส่งลงที่ไหนล่ะพี่ก็ไม่ชอบเล่นกับคนปอดแหก"
โดนหยามว่าปอดแหกยอมได้ที่ไหนแต่ไหนแต่ไรก็เป็นคนไม่เคยยอมใครโดนท้าทายฉันถึงกับฟิวขาดของขึ้นสิคะ พี่ดิวปากดีกล้ามาว่าของฉันหลวมมันจะหลวมได้ไงฉันยังไม่เคยใช้มันจะมากเกินไปแล้วนะพี่ดิว
"แพตตี้เตือนแล้วนะอย่าติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้นล่ะ แล้วจะว่าไม่เตือน"
เรื่องนี้มันก็เรื่องปกติทั่วไปนี่นาแล้วฉันจะยอมงั้นเหรอนั่นคือสิ่งที่ฉันใช้กล่อมตัวเอง ปากกล้าแต่ขาสั่น ฉันไม่อยากยอมแพ้ปากไวด้วยถึงที่หมายค่อยหาทางอีกที รถทะยานบนท้องถนนราวกับกำลังแข่งขันในสนามฉันได้แต่นั่งเงียบไม่กล้าหันไปมองหน้าพี่ดิวเดี๋ยวจะรู้ว่าฉันปากสั่น ฉันกำลังคิดหาทางเอาตัวรอด
"หึ หึ"
เสียงหัวเราะในลำคอของพี่ดิวคล้ายกับกำลังเยอะเย้ยทำให้ฉันสติหลุดกว่าเดิม จากตอนแรกที่สองจิตสองใจในตอนนี้มีทางเดียวคือฉันต้องลบคำสบประมาทนั่นให้ได้ ฉันหันขวับไปมองตาเขียวใส่อย่าหัวใจวายยกมือยอมแพ้ไปก่อนแล้วกันฉันจะหัวเราะให้สาแก่ใจ
"ลงไปสิครับคนเก่ง หรือจะให้พี่นอนเอาบนรถก็ได้นะพี่ไม่ติด พี่เอาได้ทุกที่ทุกเวลา เอาในที่แคบๆพี่ยิ่งชอบ"
รถจอดแน่นิ่งสนิทและมีเสียงของพี่ดิวดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทแทน ฉันปรือตาเพ่งมองให้แน่ใจว่าฉันอยู่ที่ไหนหัวใจฉันมันเต้นตุบๆถามใจตัวเองว่าเอาจริงใช่ไหม ฉันนิ่งเงียบคิดทบทวนวนไปวนมาจนกระทั่ง
"ว้าย!! ถอยออกไปเลยนะพี่ดิว"
ลมหายใจอุ่นของพี่ดิวรดบนต้นคอทำให้ขนอ่อนตั้งชูชันและรู้สึกสยิววาบหวามบอกไม่ถูก และตกใจสั่นกับการกระทำจาบจ้วงของพี่ดิวเมื่อสันจมูกคมกำลังคลอเคลียและสูดดมอยู่ตรงลำคอระหงไม่ทันตั้งตัว มือเรียวเล็กทำงานอัติโนมัติผลักหน้าพี่ดิวให้ออกห่างจากต้นคอก่อนที่ฉันจะเคลิ้มตาม
"ทำแค่นี้ยังตื่น ถ้ามากกว่านี้คงช็อคตายไม่เก่งจริงสมราคาคุยนี่นา"
คำดูถูกของพี่ดิวครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ฉันไม่มีสติหลงเหลือรู้แค่ตอนนี้ฉันไม่อยากแพ้
จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ
ฉันเอามือสอดคล้องต้นคอโน้มใบหน้าของพี่ดิวเข้าใกล้ใช้ริมฝีปากบางสั่นเทาทาบทับริมฝีปากอุ่นที่เปิดปากรอการสอดแทรกเข้าไปดูดดึงอย่างเนิบนาบ แต่ดูเหมือนจะไม่ทันใจคนใจร้อนที่เปิดเกมส์รุกบดเบียดริมฝีปากร้อนอย่างเร่าร้อนราวกับต้องการครอบครองเป็นเจ้าของ ก่อนที่มันจะกลายเป็นความเร่งรีบและหิวกระหายลิ้นของพี่เขารุกล้ำเข้ามาอย่างรวดเร็วและสำรวจทุกซอกทุกมุมโดยไม่มีการขออนุญาต มีเพียงเสียงดูดเม้มที่เปียกชื้นและเสียงหอบหายใจหนัก ๆ เท่านั้นที่ดังแข่งกับเสียงเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนน่ากลัว
"อ๊าา~ อืม~"
เสียงครางด้วยความพอใจของพี่ดิว จูบฉันเก้ๆกังๆในตอนแรกถูกคนที่มีความชำนาญชักนำพาไปตามอารมณ์ภายในที่กำลังพวยพุ่งขึ้น และเริ่มตอบโต้กลับเมื่อเริ่มเรียนรู้จังหวะจากครูผู้สอนชั้นดี
ลิ้นของพี่ดิวตวัดดูดรัดอยู่กับลิ้นฉันไม่ปล่อยวางและดูดดึงเกี่ยวกระหวัดเอาแต่ใจ ฝ่ามือหนาอุ่นร้อนของพี่ดิวลูบไล้อยู่ตรงเรียวขาเนียนสวยและค่อยๆเคลื่อนเลื้อยขึ้นมาสัมผัสเจ้าก้อนกลมนวดคลึงเบาสลับหนักตามแรงปรารถนา ฉันกำลังจะขาดอากาศหายใจเพราะรสจูบเร่าร้อนที่กำลังจะกระชากวิญญาณจนต้องตีหลังพี่ดิวเบาๆส่งสัญญาณ ฉันเผลอเคลิ้มหลงใหลและมีความปรารถนาแรงกล้าจากที่ต้องการแค่อยากเอาชนะพี่ดิว แต่ดูเหมือนว่าฉันจะตกหลุมพลางไม่อาจหาทางปืนขึ้นมา
"อ๊าา~~ อืม~~"
ฉันเอามือดันอกพี่ดิวไว้ไม่ให้เข้าใกล้มาก สติที่เหลือน้อยนิดเตือนฉันว่ากำลังจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ฉันกำลังจะแพ้ ให้แก่พี่ดิว และคนที่ถูกดันหน้าอกไว้ทำเสียงฮึดฮัดขัดใจเพราะปากที่กำลังครอบครองค่อยๆแยกหลุดออก ฉันรีบสูดอากาศเข้าปอดเมื่อเป็นอิสระ แม้ว่าปากจะหลุดออกชั่วคราวแต่ฝ่ามือขนาดใหญ่ยังครอบครองหน้าอกขนาดใหญ่และลูบคลำนวดเฟ้นอย่างชำนาญ ทำฉันรู้สึกสยิวสั่นสะท้านไปทั้งตัวกับสัมผัสวาบหวามนั้น อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ฉันเหมือนกับเด็กอ่อนหัดที่ถูกล่อลวงจากผู้ใหญ่ให้เดินตามความหวามไหวและถูกครอบงำจนถอนตัวไม่ขึ้น
"แค่เนี่ยเอง จะยอมแพ้พี่แล้วเหรอครับ ไม่กล้าสินะเก่งจริงกล้าต่ออีกไหมล่ะ เธอทำพี่ขึ้นรับผิดชอบต่อสิหรือทำไม่เป็นถ้าทำไม่เป็นก็บอกกันดีๆ อ่ะ...."
ฉันพลิกตัวขึ้นมานั่งทาบทับอยู่บนตักแกร่งและกดสะโพกกลมกลึงให้เนินอวบอูมที่มีกางเกงในตัวบางปิดกั้นไว้แนบสนิทไปกับลำยาวที่แข็งตั้งชัน แล้วถูไถขึ้นลงเปิดฉากรุกกลับเพราะอยากลบคำสบประมาทว่าทำไม่เป็น
"อืม อ๊าา~~ อย่างนั้นที่รัก"
เสียงครางกระเส่าพอใจไม่ขาดสายดังข้างหูเหมือนเป็นเชื้อไฟที่คอยกระตุ้นให้ฉันฮึกเหิม ร่องฉ่ำลึกของฉันร้อนผ่าวมีน้ำฉ่ำเยิ้มไหลออกมา
"แพตตี้พี่อยากมาก พี่กำลังจะตาย ตรงนี้เลยได้ไหมพี่ไม่ไหวแล้ว"
เราสองคนกำลังจะแพ้ต่อความต้องการของตัวเองและเสียงในหัวของฉันมันไม่พอ
